เราเกิดมาเพื่ออะไร?
บางคนอาจรู้
แต่สำหรับผม ผมยังไม่รู้เลยว่าผมเกิดมาทำไม
เพื่ออะไรกัน มีชีวิตอยู่บนโลก ที่เริ่มเน่า
มลพิษเยอะแยะมากมาย

ในเวลาที่เราสมหวัง มีความสุข
เราสามารถจะมองสิ่งรอบตัว
ล้วนแล้วแต่ดีไปหมด

แต่บางครั้งที่เรารู้สึกท้อแท้
ผิดหวัง สิ่งรอบเราเหมือนดูจะ
ไม่สบอารมณ์เรา ดูมันขัดใจไปซะทุกอย่าง
ทำให้ใคร่ครวญอยากรู้คำตอบ
ว่าเกิดมาเพื่ออะไรกัน.................

เกิดมาเพื่อทุกข์
เกิดมาเพื่อเศร้า
เกิดมาเพื่อ.......

หน้าหนาว เป็นฤดูที่ผมไม่ชอบมาก
ทั้ง ๆ ที่ชอบอากาศแบบนี้
แต่ด้วยความที่ ชีวิตที่ผ่านมาส่วนใหญ่
จะผิดหวังในช่วงหน้าหนาวนี้
ทำให้มันฝังใจเข้าไปลึกทุกที ๆ
แค่ได้กลิ่นอายความหนาวความรู้สึกเก่าๆ
ก็เริ่มกลับมา ไม่ชอบเลยจริง ๆ

บัตรเซเว่น vs บัตร mrt

posted on 25 Nov 2009 08:53 by callmebird  in MyLife
ผมใช้บัตรสมาร์ทเพิร์สของเซเว่น เพราะซื้อของเซเว่นบ่อย
ขี้เกียจเก็บเหรียญ ช่วงแรกก็ไม่มีปัญหา แต่พอย้ายที่ทำงาน
ต้องขึ้น mrt ทำให้มีบัตรเพิ่มมาอีกหนึ่งใบ
สองใบนี้เป็นบัตร(s) ที่ใช้บ่อยที่สุดก็เลยต้องสอดไว้ในกระเป๋า
ตรงที่หยิบสะดวกสุด คนละด้านของกระเป๋า
บางครั้งที่เราเบลอ ๆ รีบ ๆ มันจะหยิบผิด
เอาบัตร mrt ไปแตะจ่ายตังค์เซเว่น แตะอยู่หลายครั้ง
ทะไมมันไม่ได้เนี่ย ระบบมีปัญหาหรือเปล่า ก้มดู เอ้ยนี่มันบัตร
mrt นี่หว่า (รู้ด้วยตัวเอง ก็เลยยิ้มให้ พนง.เซเว่น ด้วยความอาย)
พอมาวันนี้ จะออกจากรถไฟใต้ดิน เอาบัตรมาแตะสามครั้ง
มันก็ขึ้นประมาณว่า "กรุณาลองใหม่" เลยเดินไปติดต่อที่เคาท์เตอร์ขายบัตร
คุณ พนง. บอก "นี่มันไม่ใช่บัตร mrt นะคะ"
อายมาก.....

ลอยกระทงแล้วนะ

posted on 02 Nov 2009 22:01 by callmebird

เมื่อกี้ไปสวนลุมมา เพราะไม่อยากไปไหนไกล ไปแถวเนี้ยแหละ
ไปถึงก็ต้องกลับเพราะว่ามันไม่มีไรเลยจริง ๆ มีแต่คนมาลอยกระทง เอิ้กๆ
ไม่ชอบลอยกระทงด้วย เปลืองตังค์ ซื้อหนมกินดีกว่า
แค่อยากออกไปเดินชิล ๆ ก็เลยกลับมาลอยที่ exteen ดีก่า

 

 ลอยกระทงที่ไหนก็ไม่สนุกสนานเหมือนที่เชียงใหม่บ้านเฮา.......

ผมไม่กินปลาไหล

posted on 15 Oct 2009 19:03 by callmebird

ตอนเด็ก ๆ ผมชอบกินแกงปลาไหลมาก ถึง มากที่สุด


รูปจาก wiki

อยู่มาวันหนึ่ง ลุงแถวบ้านเล่าว่าปลาไหลมันชอบกิน
ของสกปรก โดยเฉพาะศพ  

ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่กินปลาไหลอีกเลย เพราะแถวบ้านผม
ปลาไหลที่ขาย เป็นปลาไหลธรรมชาติ ที่หาได้ตามทุ่งนา
ไม่ใช่จากการเลี้ยง

วันนี้อ่านเจอในหนังสือ ผีในล้านนา โดย มาลา คำจันทร์
เขาก็เขียนในทำนองเดียวกับที่ผมเคยได้ยินมา

*ปลาไหลในภาษาเหนือ เรียกว่า เหยี่ยน

"งานล้างป่าช้าพี่น้องลัวะ ป่าช้าของหมู่บ้านนั้นเป็นสันดอน
อยู่ติดทุ่งนา หน้านาหน้าน้ำ น้ำนามักเจิ่งนองมาถึงขอบ ๆ ริม ๆ
ของป่าช้า เมื่อเกิดการล้างป่าช้าขึ้นมา จะต้องขุดเอาศพทุกศพ
ขึ้นมาชำระตามพิธีกรรมพื้นเมืองผสมพุทธพิธี หากเป็นศพเก่าแก่
ดั้งเดิมก็ไม่ค่อยมีปัญหาเพราะเหลือแต่ดูกเดี้ยวน้อยใหญ่ แต่หาก
เป็นศพใหม่เพิ่งตายไม่นานจะมีปัญหาบ้าง เพื่อนเล่าว่าบางศพ
เมื่อขุดขึ้นมา เปิดฝาโลงออก ในโลงมีเหยี่ยนยั้วเยี้ยตัวเท่าด้ามมีด
ด้ามมุย บางตัวตัวก็เท่าแขน ตัวแก่ตัวเฒ่าจนเป็นพญาเหยี่ยนมัก
มีใบหูเห็นได้ชัดเจน
ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เพื่อนไม่กินเหยี่ยนอีกเลย
จนกระทั่งทุกวันนี้"

 

ปล. ถ้าปลาไหลที่เขาเลี้ยง คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง.....
แต่ผมไม่กินมันแล้วหละ กินไม่ลง

 

edit @ 15 Oct 2009 19:20:00 by Bird

edit @ 15 Oct 2009 19:21:16 by Bird

edit @ 15 Oct 2009 19:44:11 by Bird

โดนอีกแล้ว

posted on 13 Oct 2009 09:17 by callmebird  in MyLife

หลังจากวันนั้น [เมื่อข้าพเจ้าโดนผีอำ]
ทำให้หวาดผวามาจนวันนี้
ไม่กล้านอนหงาย ก็เลยนอนตะแคง
แต่ก็ไม่วายโดนอีกจนได้ รอบนี้ไม่เห็นตัว
เลยคิดเป็นวิทยาศาสตร์เข้าไว้

ตั้งแต่เช่าห้องนี้มา อยู่มาจนจะครบปี เดือนหน้า
ก็ยังไม่เคยเป็นแบบนี้เลย ตั้งแต่วันเกิดเป็นต้นมา
โดนไปแล้ว 2 ครั้ง มันไม่ได้มีแค่นั้นอะ
คืนวันที่ 1 กำลังจะนอน กระโจนขึ้นเตียง
เตียงพัง -*- เลยต้องเก็บกวาดยกใหญ่
ลากฟูกมานอนกะพื้น ณ ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดไรมาก
เพราะเห็นมันอ้า ๆ มานานละ

ผียืมหม้อ

posted on 08 Oct 2009 13:56 by callmebird

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วมีแม่ป้าสองคนชื่อ  ป้าแก้วและป้าคำ เป็นโรคคอพอกด้วยกันทั้งคู่

ป้าแก้ว :  “เฮ้อ....ปวดจิตว่ะอีคำ รักษาแมร่งยังไงก็ไม่หาย อยากตายให้มันรู้แล้วรู้รอด”
ป้าคำ
:  กรูก็เซ็งห่านไม่น้อยไปกว่ามรึงหรอก แล้วมรึงจะเอาไง
ป้าแก้ว :   กรูว่าจะไปนอนไร่ร้าง รอผีมาเอากรูไปอยู่ด้วย
ป้าคำ : “อีห่า สมองมรึงคิดได้แค่เนี้ย?
ป้าแก้ว
: “สัด, แล้วมรึงจะให้กรูอยู่ทำด๋อยไรฟระ หนักคอไปวัน ๆ”

คืนหนึ่งป้าแก้วจึงแบกคอพอกโตเท่าหม้อไปนอนไร่ร้าง
ก่อนนอนก็ตั้งจิตปรารถนาว่า
"ผีทั้งหลายเอ๋ย หากมาพบข้าก็เอาข้าไปเสียเถอะ
ข้านี้หน่ายสังขารรำคาญไอ้คอพอกเท่าหม้อเท่าไหเต็มทนแล้ว"
ตกดึก พวกผีก็ออกมาหากิน ผีหาได้เก้งตัวหนึ่งจะเอาแกงกิน
ที่กระท่อมไร่ร้าง ผีหาหม้อไม่พบ พอพบคอพอกของป้าแก้วก็นึกว่าหม้อ

ผีบอกว่า : " ป้าแก้วๆ ขอยืมหม้อหน่อยจิ"

ด้วยความสลึมสลือเพราะง่วงนอน

ป้าแก้วจึงตอบผีไป  : "อื้ม เอาไปเด่ะ "

ว่าแล้วผีก็ปลิดเอาคอพอกออกจากคอป้าแก้วแล้วเอาไปใช้แทนหม้อ
พอใกล้รุ่ง ผีก็ยังไม่ได้ล้างหม้อ จึงบอกกับป้าแก้วว่า

"ป้า ๆ เราล้างหม้อไม่ทันอะ ขอเอาไปล้างก่อนไว้จะเอามาคืนนะ"

ว่าแล้วผีก็เอาหม้อแกงกลับไปเมืองผี

ครั้นรุ่งเช้าป้าแก้วตื่นขึ้นมาคลำดูคอพอกไม่พบก็ดีใจ
กลับเข้าหมู่บ้าน พบป้าคำกลางทาง
ป้าคำ : “เจ็ทเข้ คอพอกมรึงหายไปไหนวะอีแก้ว"
ป้าแก้ว : "กรูก็งงว่ะไปนอนไร่ร้างอยู่ดี ๆ ตื่นเช้ามา แมร่ง มันก็หายไป"  
ป้าคำ : “จริงดิ!! ดีเลยคืนนี้กรูจะลองมั่ง”

ป้าแก้ว
: “แสรดด ทีงี้ละจะไป ”
ป้าคำ
: “เชี่ย กรูก็อยากหายเหมือนกันนะเฟ้ย
ค่ำ ๆ ป้าคำก็ไปนอนที่กระท่อมไร่ร้าง
ตกดึกพวกผีก็ออกหากินประสาผี พบป้าคำนอนหงาย
แบกคอพอกเท่าหม้อ

ผี : "ป้า ๆ เอาหม้อมาคืนแล้วนะ"
ด้วยความสลึมสลือของป้าคำก็ตอบผีไป
ป้าคำ : "อืม"

ผีตนนั้นก็เอาคอเหนียงของป้าแก้วมาใส่ที่คอของป้าคำ พอรุ่งเช้ามา ป้าคำก็คลำดูที่คอ
ของตนแล้วแทบจะเป็นลม เพราะว่าจากคอที่ใหญ่อยู่แล้วกลับใหญ่ขึ้นเป็นสองเท่า แล้วก็
เดินร้องห่มร้องไห้กลับบ้านและกลับไปเล่าให้ป้าแก้วฟัง และก็ทนทุกข์กับคอเหนียงต่อไป

 

อ้างอิงและคัดแปลงจากนิทานพื้นบ้านภาคเหนือ

 

edit @ 8 Oct 2009 21:32:58 by Bird

edit @ 9 Oct 2009 00:40:18 by Bird

 

ตอบคุณ คห. 2

ข้อคิดที่ได้จากนิทานเรื่องนี้ โชควาสนาของคนนั้นไม่เหมือนกัน และย่อมกระทำได้ทุกคนหากมีความตั้งใจจริง

คติ  "แข่งเรือแข่งพายแข่งได้ แข่งบุญแข่งวาสนาแข่งไม่ได้"

จาก : http://นิทานพื้นบ้าน.whitemedia.org/17/

edit @ 9 Oct 2009 00:43:50 by Bird