เห็นบล็อกเกอร์เขียนถึงเรื่องนี้เยอะมาก หลังจากที่เค้าไปดูกันมาแล้ว
แต่ผมไม่กล้าอ่าน ถึงแม้จะไม่สปอยก็เหอะ ไม่อยากคล้อยตาม
ไม่ว่าจะแง่ไหน อยากลองพิสูจน์ด้วยตนเอง แม้กระทั่งเรื่องย่อยัง
ไม่อยากอ่านเลย อยากเดาเอง อยากรับรู้เอง

อย่างเรื่อง christmas carol อ่านในพันทิปมีคนนึงบอกว่า
ภาพจะเป็นเส้นเล็ก ๆ เต็มจอ ผมดูแล้วก็เจอจริงด้วย
คือถ้าไม่สังเกตดี ๆ ก็จะไม่เห็น พอออกจากโรงหนัง
ถามเพื่อนว่าเห็นไหม มันบอกไม่เห็น อ่าว กำ

เรื่องนี้จะไม่อ่านรีวิวใด ๆ ทั้งสิ้น ทุกทีจะอ่านเพื่อตัดสินใจว่าจะดูดีไหม
แต่เรื่องนี้ซื้อตั๋วไว้แล้วตั้งแต่วันจันทร์!!!!
ต้องดื่มด่ำ่กับ 3D ลิ้มรสด้วยตนเอง ไม่ควรให้ใครมาชี้แนะ

 

ช่วงนี้เขียน avatar เยอะไปหน่อย แหะ ๆ

ที่กรุงเทพฯ
เงื่อนไขในการเลือกโรงหนังของผมมีดังนี้

ข้อแรก เป็นหนังแบบไหน
- หนัง 3d ไม่ต้องคิดมาก ถ้าชอบหนังเรื่องนั้นมาก ๆ
ไปดู imax โลด การประมวลผลจบในข้อนี้เลย  แต่ถ้าเฉย ๆ
ก็คง 3d ของโรงทั่วไปก็ต้องไปตัดสินที่ข้อต่อไป
- หนังธรรมดา ไปตัดสินที่ข้อต่อไปเลย

ข้อสอง ยี่ห้อ
- มีฉายที่โรงหนังเครือ apex หรือไม่
(ดูได้จากเว็บ www.apexsiam-square.com)
ถ้ามีก็จบการประมวลผลที่ข้อนี้ ข้อดีของ apex คือราคาถูก(100 บาท)
และเอาขนมอะไรเข้าไปกินก็ได้ ไม่มีใครห้ามเหมือนพวกโรงหน้าเลือด
- แต่ถ้าไม่มีฉายที่เครือ apex ก็ต้องไปดูพวกโรงหนังยอดฮิต (เครือ Major กะ SF)
ผมเลือก Major เพราะ pop corn อร่อยกว่า SF (รสชีส)
และ Major จองที่นั่งได้สะดวกกว่า ต้องบอกก่อนว่าผมไม่รู้นะ
ว่า SF เขามีให้จองที่นั่งทางเน็ตป่าว(แบบไม่จ่ายตังค์นะ)
ไม่มีประสบการณ์จองของ SF เลย  ตั้งแต่เมเจอร์ให้จองผ่านเว็บได้ ผมแทบจะไม่เคย
ไปเลือกที่นั่งที่ box office เลย ก็จะไปต่อคิวให้โง่ทำไมอะ
จองไว้ได้สิทธิพิเศษ ไปจ่ายตังค์ที่ช่องวีไอพี สะดวก รวดเร็ว
อีกอย่างได้ที่นั่งดีสุด ๆ ตาจะได้ไม่บอด/เข เสียอย่างเดียว เว็บที่จอง
มันไม่มีเวอร์ชันสำหรับมือถือ(พยายามหาหลายครั้งแล้วแต่ไม่เจอ
ใครรู้ช่วยบอกให้ผมหายโง่หน่อยนะ)

ข้อสาม สาขา โรงหนังที่ติดกับรถไฟฟ้าใต้ดินผมให้ priority สูงที่สุด
เพราะมีบัตร mrt ประเภทไม่จำกัดเที่ยวอยู่ (ใช้ไปทำงาน) จะได้เอามาใช้ให้คุ้ม
ถ้าไม่สะดวกหรือไม่มีหนังเรื่องที่ต้องการ ก็จะเลือกโรงหนังที่ใกล้ที่สุด
แต่ถ้ายังไม่สะดวกอีก ก็ต้องโรงที่ติดกับ bts ไกลแค่ไหนก็ไม่ว่ากัน

ที่เชียงใหม่
ด้วยโรงหนังที่มีให้เลือกอยู่น้อยนิด คือ major กะ vista
เงื่อนไขในการเลือกก็ไม่แค่สองข้อ คือ เป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ หรือหนังที่กระแสแรงเข้าใหม่หรือป่าว
ถ้าใช่จะไปดูที่ vista กาดสวนแก้ว เพราะเบื่อคนเยอะ บอกได้เลยว่า
เมเจอร์ที่เซ็นทรัลแอร์พอร์ทมันดีที่สุดในเชียงใหม่ คนเลยมากระจุกตัวที่นี่ที่เดียว
vista กาดสวนแก้วดีที่ไม่มีคน (เจ้าของโรงหนังคงไม่เห็นด้วยกับผมหรอกนะ)
และการจัดที่นั่งมันจะโค้ง ๆ หน่อย ถึงแม้จะนั่งริมสุด ก็ไม่ค่อยปวดคอ
แต่ข้อเสียเยอะมาก ขอแจงเป็นข้อ ๆ นะ
- ที่นั่งแคบมาก นั่งแล้วอึดอัด ขาติดด้วย
- พนักงานขายตั๋ว บริการไม่ดี ทำหน้าหงิก เหมือนเราไปขอดูฟรี
- คนที่มาดูหนังไม่มีมารยาท ส่วนมากจะเป็นพวกแซ๊บอะ คุยกันอยู่นั่นแหละ
เมื่อก่อนห้างที่เป็นศูนย์รวมของวัยรุ่นเชียงใหม่และใกล้เคียง(ลำพูน) คือกาดสวนแก้ว
แต่พอแอร์พอร์ตปรับปรุงใหม่ โดยขยายพื้นที่และมี major ทำให้คนแห่มาอยู่ที่แอร์พอร์ตกันหมด
กาดสวนแก้วก็เลยมีแต่แซ๊บ
- pop corn ไม่อร่อยเล้ยยยยยยย
- กลัวผี

แหยมส(ย)อง (สปอยส์)

posted on 19 Dec 2009 14:03 by callmebird  in movie

วันพุธที่ผ่านมานี้ตั้งใจจะไปดูหนัง 60 บาท
เรื่องใดก็ได้ ตอนแรกกะดู 1234 shockแต่คิดไปคิดมา
อยากดูหนังผ่อนคลายอารมณ์ ที่ไม่ตรึงเครียด
เลยเลือกแหยม2 จองตั๋วตั้งแต่เก้าโมงเช้า
ดูรอบ 21.40 ที่เมเจอร์เอกมัย ไปถึงที่นั่น 21.20
นึกว่าจะไม่ได้ที่ ๆจองไว้แล้ว เพราะระบบของเมเจอร์
ถ้าไม่มารับตั๋วก่อนหนังฉาย 30 นาทีเค้าจะยกเลิก
ไหน ๆ ก็มาแล้วลองเสี่ยงดูดีกว่า อย่างน้อยถ้าไม่ได้ก็
เลือกที่นั่งใหม่ ไม่ต้องไปต่อคิวที่ช่องปกติด้วย
แต่ปรากฏว่ายังได้อยู่ ยัง งง ๆ อยู่เลยว่าเก็บไว้ให้ด้วย

พอดีวันนั้นงานยุ่ง เลยออกมาสาย ข้าวปลาก็ไม่ได้กิน
เลยกะจะกินป๊อปคอร์นเนี่ยแหละ แทนข้าว ว่าแล้วก็ซื้อไอ้นี่

 

 ไม่รู้ว่าเขาเรียกว่าไร ขอเรียกว่ากะละมังละกัน กะละมังละ 199 บาท กินจุใจ
กินกันสองคน กินยังไง ๆ ก็ไม่หมด T T ไมมันเยอะจังวะแบกกลับมาห้อง
เหลือเท่าเนี้ย

ใครที่มากันสองคนอย่าคิดจะซื้อเป็นอันขาด!!!! ต้องมาสักสี่คนเป็นอย่างน้อย
ถึงจะกินหมดและไม่เอียน...............

กลับมาเข้าเรื่องแหยมกันดีก่านะ

1.หนังเรื่องนี้ไม่สามารถทำให้ผมขำได้เลย ขำมากสุดสองซีน
แต่งงว่าทำไมคนอื่นขำได้ขำดี ไอ้คนที่นั่งข้าง ๆ ก็ขำไม่หยุดนะ แอบได้ยิน
มันพูดอีสานด้วย สงสัยจะฟังรู้เรื่อง ลืมบอกว่าหนังเรื่องนี้อีสานจ๋าเลย
ถึงขั้นต้องมีซับไตเติลอะ แล้วบางตอนเขาก็ไม่ใส่ให้ ขนาดผมเป็นคนเหนือนะ
มันก็ใกล้กะอีสานนิดนึง ยังฟังไม่ค่อยรู้เรื่องเล้ย คนกทม. จะฟังรู้เรื่องได้ไง
เรื่องนี้คงเหมาะกะคนอีสานอะ ฟังออกก็คงขำได้แหละ

มันจะมีอยู่ฉากนึงที่ แม่พระเอกเป็นคนเชียงราย ก็พูดเหนือไป ส่วนพ่อพระเอก
เป็นคนใต้ ก็พูดใต้ ตอนแม่พระเอกพูด มันทำให้ผมขำได้อะ ก็เลยสรุปเอาเองว่า
ถ้าเราเป็นคนอีสาน ฟังออก คงขำกว่านี้

ที่รำคาญสุด ๆ ก็ไอ้คนข้าง ๆ ที่เกริ่นไปเมื่อกี้แหละ ตัวมันควายมาก ๆๆๆๆๆ
แล้วเวลามันขำทีนะ มันจะขย่มเก้าอี้จนสะเทือนมาถึงผมอะ T T ควายแค่ไหน
ก็คิดเอาเองละกัน

2.หนังเรื่องนี้คำหยาบเยอะมากๆๆๆๆจนน่าตกใจ เห็นเขาจัดเรทไว้ที่ 15+
แต่ ๆๆ เด็กเต็มโรง หุหุ เด็กเปรตด้วย อายุไม่น่าจะเกิน 15
ผมว่า 15 นี่มันยังน้อยไปนะ น่าจะ18+ ด้วยซ้ำ ขนาดผมยี่สิบกว่า(นิด ๆ) :P
ยังรับไม่ได้เลย เค้าคงกะให้ขำแหละ แต่มันเกินงาม จนขำไม่ออก

3.พลอทเรื่องก็ไม่เด่น เหมือนละครน้ำเน่าทีวีฟรีทั่ว ๆ ไป เดาออกทุกฉากว่า
ต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น เช่น พระเอกติดฝนกับนางเอกที่กระท่อมปลายนาสองคน
จนได้เสียกันเสร็จแล้วตัดมาฉากวันรุ่งขึ้นที่ทำงานของพระเอก
ผู้ช่วยพระเอกเอาจดหมายมาให้พระเอก(พระเอกเป็นปลัด)ผมก็เดาออกทันที
ว่าต้องโดนย้ายแน่ แล้วก็ใช่จริง ๆ ให้ตายสิ 555+

ยังไม่เข็ดจากวงษ์คำเหลานะ ขอลอง แล้วเป็นไงหล่ะ  ดีที่ลองด้วยเงิน 60 บาท

ข้างบนนี้เป็นความรู้สึกหลังจากดูหนังจบ

*******************************************************

ต่อไปนี้เป็นความรู้สึกหลังจากได้อ่านกระทู้นี้

http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A8613420/A8613420.html

ขออนุญาตก็อปมาใส่นะครับ กลัวกระทู้หาย

 

###################################################

มาฟังน้องเอ็มลูกสาว หม่ำ จ๊กม๊กพูดถึงพ่อผกก.กับเรื่องราวซึ้งๆและหนังแหยม2

ที่มาของชื่อ ครอบครัวตัวเอ็ม
แม่ เคยเล่าให้ฟังตอนที่ท้องเอ็มนั้นลำบากมาก แทบจะไม่มีอะไรกิน แม่บอกว่าพ่อเลี้ยงแม่ดีมากในตอนนั้นเป็นอาหารซีฟู๊ดทุกวันคือข้าวคลุกน้ำ ปลา พ่อรู้สึกว่าเอ็มนำโชคให้เขา เพราะเอ็มคลอดออกมาพ่อก็ถูกหวย ถ้าจำไม่ผิดน่าจะหกหมื่นบาท แล้วเขาก็เอาเงินก้อนนั้นมาซื้อทองเพื่อรับขวัญลูก แล้วหลังจากนั้นพ่อก็เริ่มที่จะปรับตัว เรียนรู้ที่จะเป็นพ่อ เพราะตอนนั้นเอ็มเกิดมาในช่วงที่พ่อกับแม่ยังเป็นวัยรุ่น  ชื่อนั้นคุณปู่ตั้งไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่า บุษราคัม แต่ปัญหาคือชื่อเล่น เปลี่ยนมา 3 ครั้งได้ ตอนแรกชื่อว่าไข่มุก แต่แม่ไม่ชอบเพราะว่ามันมีคำว่าไข่ ก็เลยเปลี่ยนมาชื่อ บุศ ซึ่งพ่อก็ไม่ชอบเพราะมันเหมือนอะไรกุดๆ จนมีเพื่อนแม่เขาจะเรียกเอ็มว่าแหม่ม แต่เพื่อนพ่อจะเรียกว่าเอ็ม คือเขาอยากให้ชื่อเอ็ม แต่พ่อกลับแม่ไม่ค่อยปลื้มเพราะชื่อมันเหมือนผู้ชาย แต่ไปๆมาๆก็มาลงท้ายที่ชื่อเอ็ม ซึ่งกว่าจะลงตัวก็อยู่ตอน ป.6 เพราะตอนแรกที่น้องออกมาก็ต้องมาตั้งชื่อกันว่าจะเอาอะไรให้มันคล้องกัน  คือคิดไปคิดมาทั้งสามคนชื่อเป็น ม. หมด มีเอ็มคนเดียวที่ชื่อเอ็ม เอ็มก็เลยน้อยใจว่าทำไมถึงเป็นเอ็มที่มีชื่อเป็น อ. คนเดียว พ่อก็เลยหันมาบอกว่าก็เพราะเอ็มเป็นศูนย์กลางของครอบครัวไง  ลองสะกดชื่อทุกคนเป็นภาษาอังกฤษซิ (หม่ำ มด มิกซ์) หลังจากนั้นครอบครัวก็ใหญ่ขึ้น หลังจากที่พ่อเริ่มมีฐานะ  จากที่เมื่อก่อนอยู่แฟลต ก็มีอยู่อพาทเม้นท์ อยู่คอนโด แล้วก็มามีบ้านเป็นของตัวเอง

จากคุณ : หนูนา ยาจก [2 ธ.ค. 52 15:23:44 ]
ความเห็นที่ 1

พ่อคือฮีโร่ในดวงใจ
ก็ น่าจะเป็นพ่อ เพราะเอ็มถือว่าพ่อเป็นต้นแบบในการดำเนินชีวิต ไม่ว่าจะเรื่องเรียน ทำงาน หรือแม้ความรัก  คือถ้าเลือกคู่ครองชีวิตได้เอ็มอยากได้แบบพ่อ นี่คือต้นแบบในการดำเนินชีวิตของเอ็ม คือเขาจะเป็นแรงบันดาลใจที่ดีเลย ด้วยความที่เขา 2 คนเคยลำบากมาก่อน เขาก็จะสอนว่าความขยันและความมุ่งมั่นมันจำเป็นกับชีวิตเรา

จากคุณ : หนูนา ยาจก [2 ธ.ค. 52 15:26:32 ]
ความเห็นที่ 2

พ่อเป็นคนขี้เหงา
แล้วพ่อเป็นคนรักลูกน้องรักพวกพ้อง คือเวลาทานข้าว เขาจะจัดแจงให้คนอื่นทานก่อนเลยนะ  ตัวเองทานที่หลัง มีที่ไหนเจ้านายทานของเหลือจากลูกน้อง บางทีลูกน้องกินหมดแล้วตัวเองไปต้มมาม่ากินเองก็มี  แล้วเวลาเอ็มจะไปไหนจะไม่ค่อยให้ไปคนเดียว ต้องเอาคนนั้นคนนี้ไปด้วย ไปช่วยถือของ บางครั้งเอ็มต้องบอกว่าพ่อของมันไม่หนักหรอก บางทีเอ็มก็อยากไปคนเดียวมีมุมส่วนตัวบ้าง คือบางครั้งคนเยอะเรื่องแยะ  คือเอ็มเป็นคนรักส่วนตัว แต่พ่อเป็นคนรักส่วนรวมแต่พ่อเป็นคนที่แปลกนะ คนที่เป็นดาราน่าจะเป็นคนที่มีโลกส่วนตัว แต่ชีวิตพ่อมีความเป็นส่วนรวมตลอดทั้งนอกบ้านและในบ้าน

จากคุณ : หนูนา ยาจก [2 ธ.ค. 52 15:28:17 ]
ความเห็นที่ 3

สมาชิกในบ้าน
ตอน นี้ที่บ้านแบ่งเป็น 2 โซน โซนใหญ่จะอยู่กัน 4 คนเป็นพ่อแม่ลูก  พอเอ็มไม่อยู่ก็เหลือ 3 คน แล้วโซนเล็กถูกจัดเป็นห้องแถว แล้วบางคนจะอยู่คนเดียวก่อน แล้วค่อยยกครอบครัวมา เท่านั้นยังไม่พอมีพาหมามาเลี้ยงด้วย ที่บ้านก็มีประมาณ 20 คนได้ แต่มีประโยชน์กันทุกคนนะ บางคนก็เป็นคนสวน  บางคนทำกับข้าว ซักเสื้อผ้า อย่างน้าทิดเซียง(นักร้องเสียงดีค่ายลำน้ำชีเร็คคอร์ดร้องเพลงประกอบ ภาพยนตร์แหยม1-2) อยู่บ้านทำความสะอาดบ้าน แล้วก็มีเลี้ยงสุนัข รักกันมากเลยนะ คือเอ็มเลี้ยงหมาตัวนี้มาตั้งแต่เด็ก แต่เขาไปผูกพันกับน้าทิดเซียง มีครั้งหนึ่งเคยเอาหมาตัวนี้ไปให้คนอื่น น้าทิดเซียงร้องไห้เลย  ไม่เป็นอันกินข้าว แล้วก็จะมีพี่แจ้งอนุวัฒน์(ยอดชายอะเฮ้ย,ท่านเป้าจากวงษ์คำเหลา) คือเห็นหน้าหล่อๆทางทีวีแต่เบื้องหลังเขากวาดพื้นถูพื้นนะ  คือบ้านเราอยู่แบบกันเอง

จากคุณ : หนูนา ยาจก [2 ธ.ค. 52 15:45:03 ]
ความเห็นที่ 4

เป็นลูกผกก.ต้องอดทน
ใคร จะรู้ว่าเป็นดารานักแสดงนั้นลำบากเหมือนกันนะ  เพราะก่อนที่จะเริ่มถ่ายทำนั้นเอ็มตื่นเต้น แล้วพอถึงวันที่ถ่ายทำวันแรกเลยต้องตื่นตั้งแต่ตี 5 แล้วเข้ากอง 6 โมงเช้า แล้วหนังเรื่องนี้เป็นหนังย้อนยุค ผู้หญิงจะต้องใช้เวลาแต่งหน้านาน ใช่ว่าเป็นลูกผู้กำกับแล้วจะเข้าสายได้ ตอนแรกไม่ได้ว่าคิดว่าการเป็นดารามันต้องทำงานหนักขนาดนี้เลยเหรอ  ต้องตื่นแต่เช้ามานั่งรอคนนั้นคนนี้ขนาดนี้เลยเหรอ แต่ตอนนี้ก็เริ่มชิน เพราะพ่อเป็นคนไม่เครียด พอทำงานแล้วสบายใจไม่กดดัน แล้วทีมงานเขาก็สบายๆเป็นกันเอง พอทำงานจึงรู้สึกสนุก

จากคุณ : หนูนา ยาจก [2 ธ.ค. 52 15:50:01 ]
ความเห็นที่ 5

นี่ เป็นครั้งแรกที่ได้มาทำงานอยู่ในกอง แล้วคลุกคลีอยู่กับพ่อ ถึงแม้เราจะเรียกว่าพ่อ   แต่ว่าพอทำงานคู่กัน พ่อก็คือหัวหน้า แล้วเราคือลูกจ้าง เอ็มจะไม่ได้รับสิทธิพิเศษเหมือนที่คนอื่นคิด  ที่จริงแล้วเอ็มจะเกร็งแล้วกลัวว่าถ้าทำอะไรผิดแล้วจะว่าเราต่อหน้าคนอื่น รึเปล่า แต่ที่จริงแล้วพ่อเป็นคนไม่เครียด คือทำงานและสนุกไปกับงานและให้คนอื่นสนุกไปด้วย เขาสามารถแก้ไขสถานการณ์ที่แย่ให้คนอื่นอารมณ์ดีได้ เอ็มก็เลยรู้สึกว่าถ้าเราทำงานกับคนหมู่มาก หัวหน้านั้นสำคัญเลย ถ้าหัวหน้าเครียดปุ๊บ มันทำให้งานเสียด้วย  เอ็มไม่เคยเห็นพ่อทุ่มเทหรือใส่ใจอะไรมากเท่านี้มาก่อน อาจจะเป็นเพราะเป็นงานที่เขารักด้วย ก็เลยทำงานทางด้านนี้ออกมาได้ดี เพราะความทุ่มเทและใส่ใจ

จากคุณ : หนูนา ยาจก [2 ธ.ค. 52 15:51:42 ]
ความเห็นที่ 6

เห็นการทำงานของพ่อเป็นอย่างไรบ้าง
ตั้งแต่ เล็กจนโตเห็นการทำงานของพ่อมาตลอด  ตั้งแต่ตลกคาเฟ่ ตลกทีวี  จนถึงตอนนี้ก็เป็นจอหนังซะแล้ว ก็จะได้เห็นพ่อทำงานตลอด จนพ่อเริ่มมีชื่อเสียงเป็นตลกหน้ากล้อง ก็ไปเที่ยวเวทีทอง เที่ยวชิงร้อยชิงล้าน ไปดูพ่อ  ผ่านมาเกือบ 20 ปีเห็นมาตั้งแต่แบบล่างๆจนวันนี้เป็นซูเปอร์สตาร์แล้ว  คือไม่ว่าจะทำอะไรพ่อบอกว่าต้องรักกับอาชีพที่ทำ เพราะที่พ่อมาเป็นตลกมันไม่ใช่สิ่งที่พ่อเลือก แต่มันเป็นสิ่งที่พ่อควรจะทำ แล้วพอทำมันเป็นอาชีพของเขา เราก็ต้องใส่ใจ แล้วก็ต้องรักในสิ่งที่ทำ เพราะพ่อเลือกที่จะทำแล้ว  ทีนี้พอพ่อเริ่มเป็นตลกคาแฟ่ คือตอนประถม จะเป็นช่วงที่เอ็มกดดันที่สุดแล้ว เพราะว่าเอ็มไม่ภูมิใจที่พ่อเป็นตลก เพราะเพื่อนจะมาล้อตลอดว่าเป็นลูกหม่ำ เป็นลูกตลก  ก็เลยรู้สึกว่าการเป็นลูกตลกมันพิเศษกว่าการเป็นลูกคนอื่นยังไง แล้วเพื่อนล้อทุกวัน จนร้องไห้ แล้วล้อไม่พอ ไล่ให้เราไปกินข้าวเหนียวกับปลาร้าอีก ซึ่งมันเลยกลายเป็นปมด้อยของเรา แต่พอมาถึงรุ่นน้องชายมันหมดไปแล้ว  เพราะน้องโตมาในขณะที่พ่อมีชื่อเสียงในระดับหนึ่งแล้ว  ฉะนั้นสังคมการหยอกล้อมันจะไม่เหมือนรุ่นเอ็ม ซึ่งน้องจะเป็นรุ่นที่มีคนยอมรับมากกว่า แต่เอ็มอยู่ในช่วงที่กดดันมาก  แต่ช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา มันก็เป็นช่วงที่สร้างความภาคภูมิใจในตัวพ่อด้วย เพราะจนถึงวันนี้เอ็มบอกได้เลยว่าเอ็มภูมิใจมากที่เกิดเป็นลูกตลก แล้วพ่อเอ็มก็ทำอาชีพที่สุจริต ขายเสียงหัวเราะก็จริง ซึ่งเอ็มรู้สึกว่างานแบบนี้มันเป็นงานที่ยากที่จะให้ใครซักคนหนึ่งหัวเราะ ได้ แล้วพ่อเอ็มทำได้ถึงขนาดนี้ มาจนถึงวันนี้เอ็มถือว่าพ่อเอ็มสุดยอดแล้ว

จากคุณ : หนูนา ยาจก [2 ธ.ค. 52 15:58:07 ]
ความเห็นที่ 7

ยากไหมที่เกิดเป็นลูกหม่ำ
เวลา พ่อออกชิงร้อยชิงล้าน ซึ่งเมื่อก่อนตอนออกอากาศจะเป็นวันพุธ แล้ววันพฤหัสมันจะเป็นวันที่เอ็มไม่อยากไปโรงเรียนมาก เพราะมันเป็นวันที่มีคนมาล้อเอ็ม มาล้อพ่อเอ็ม แล้วคนที่ล้อจะเป็นเพศตรงข้าม ซึ่งสร้างความอับอายให้เรา บางคนเป็นรุ่นพี่ บางครั้งก็หยอกแรงเกิน บางครั้งครูยังล้อเลย แต่ช่วงระยะเวลาที่ผ่านมามันเหมือนเป็นแรกผลักดันที่ทำให้พ่อเป็นแบบนี้ด้วย เพราะพ่อเขาเริ่มตั้งแต่ศูนย์ จนมาเป็นแบบทุกวันนี้ได้ ก็อาจจะเป็นเพราะคำดูถูกของคนอื่นด้วย  เพราะเอ็มเชื่อว่าคำดูถูกของคนอื่นจะทำให้เราได้ดี แล้วพ่อเป็นคนที่ไม่ใส่ใจกับเรื่องเล็กเรื่องน้อย ถ้าทำก็คือทำ แล้วก็มุ่งไปที่เดียว แล้วคุณพ่อเป็นคนโชคดี ไม่ว่าจะหยิบจับอะไรก็รุ่งไปหมด เวลาพูดอะไรถึงแม้บางคำอาจจะติดตลกไม่น่าเชื่อถือ แต่มันกลับเป็นคำที่น่าเชื่อถือในวันนี้ คือถ้าพ่อพูดอะไรก็ตามจะมีคนเชื่อถือและคอยฟัง เพราะพ่อรู้จักพูดด้วย

จากคุณ : หนูนา ยาจก [2 ธ.ค. 52 15:59:50 ]
ความเห็นที่ 8

พ่อเป็นคนซีเรียส
คือ พ่อเป็นคนที่ซีเรียสกับทุกเรื่อง แต่เขามีมุมมองที่ไม่เหมือนคนอื่น คือไม่ว่าอะไรก็ตามเขาจะไม่ทำให้มันรู้สึกหมอง เพราะมันจะทำให้ชีวิตเศร้า แต่เห็นพ่อเป็นคนตลก มันก็มีมุมที่ทำให้พ่อร้องไห้ได้เหมือนกัน เป็นมุมที่เกี่ยวกับครอบครัวซะเป็นส่วนใหญ่ เอ็มเคยเห็นน้ำตาพ่อครั้งล่าสุด รู้สึกจะเป็นเรื่องความตาย เขาพูดว่าถ้าเขาตาย แล้วใครจะดูแล  คือเอ็มกับพ่อจะนิสัยคล้ายกัน เหมือนจะเป็นคนที่เข้มแข็ง แต่ข้างในเป็นคนที่อ่อนไหว แล้วพ่อไม่ชอบให้เอ็มร้องไห้ พ่อบอกว่าการเสียน้ำตาให้กับเรื่องเล็กๆน้อยๆมันเป็นคนอ่อนแอ เอ็มเลยว่าว่าใช่เอ็มเสียน้ำตา เอ็มเหมือนคนอ่อนแอ แต่ลืมไปรึเปล่าว่าเอ็มเป็นเด็กผู้หญิง ถ้าเอ็มจะร้องไห้เพราะอ่อนแอแล้วผิดตรงไหน ผู้หญิงคนเรานั้นอ่อนไหว การร้องไห้ไม่ใช่ว่าอ่อนแอ แต่เราเป็นคนอ่อนไหว คือพ่อพยามสอนให้เอ็มเป็นผู้นำ ด้วยความที่เป็นลูกสาวคนตัวเขาจะปลูกฝังไว้เยอะ คือเขาชอบบอกว่าเขาไม่กลัวความตาย แต่ถ้าเขายังไม่พร้อมที่จะตาย เพราะเขาต้องดูแลครอบครัว เอ็มจำได้ว่าพ่อไปออกรายการคืนนี้วันนั้น แล้วมีเพลงหนึ่งที่พ่อฟังไม่ได้ มีอยู่เพลงหนึ่งของสามโทน  เขาฟังไม่ได้ เพราะน้ำตาเขาจะไหล

จากคุณ : หนูนา ยาจก [2 ธ.ค. 52 16:03:22 ]
ความเห็นที่ 9

คือ ตอนแรกนั่งทางข้าวกันอยู่มีความสุขเลย และเขาชอบถามเอ็มกับน้องว่าถ้าโตแล้วจะมีตังค์มาเลี้ยงได้เหมือนที่เขา เลี้ยงลูกรึเปล่า มาพาไปเที่ยวได้เหมือนที่เขาเลี้ยงเอ็มรึเปล่า ถ้าเขาตายไปแล้วเอ็มแม่น้องจะอยู่ได้ไหม เอ็มก็บอกว่าพ่อรักเอ็มเท่าไหน เอ็มรักตัวเองมากกว่านั้นอีก ก็ไม่ต้องห่วงเอ็มดูแลตัวเองได้

จากคุณ : หนูนา ยาจก [2 ธ.ค. 52 16:06:50 ]
ความเห็นที่ 10

เป็นกระทู้ต้อนรับวันพ่อ ซึ้งค่ะ ^.3

จากคุณ : แยมรสชีส [2 ธ.ค. 52 16:10:34 ]
ความเห็นที่ 11

ความภูมิใจที่เกิดมาเป็นลูกพ่อ
คือ สิ่งที่คุณพ่อยังเป็นห่วงก็มีอยู่ 2 เรื่อง ก็คือเรื่องงานกับครอบครัว เพราะครอบครัวมันเป็นหน้าที่ๆเขาควรจะทำ ส่วนงานก็เป็นสิ่งที่เขาควรจะทำเพื่อเลี้ยงครอบครัว แล้วเขาบอกอยู่เสมอว่าไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ตามเราต้องรักเราต้องอยู่กับมัน คือ ต้องทุ่มเทและต้องรู้จักว่าเราจะทำอย่างไรให้งานที่เราเลือกมันประสบความ สำเร็จ

จากคุณ : หนูนา ยาจก [2 ธ.ค. 52 16:10:44 ]
ความเห็นที่ 12

เอ็ม ภูมิใจที่ได้เกิดเป็นลูกพ่อ  และก็ภูมิใจที่พูดอีสานได้ เพราะว่าน้องชายพูดไม่เป็น แต่เอ็มถูกบังคับก็เลยพูดอีสานได้  ก็รู้สึกดีใจที่ได้เกิดมาเป็นลูกพ่อ ลูกอีสาน ลูกตลก ก็อยากจะทำในสิ่งที่พ่ออยากจะทำ และอยากจะสานฝันในสิ่งที่พ่อไม่มีโอกาสได้ทำ ก็อยากให้พ่อรักษาสุขภาพ ดูแลตัวเองมากๆ อย่าหักโหมงาน เพราะเป็นห่วงพ่อ บางครั้งเอ็มอยู่ไกลทำได้มากสุดก็แค่คุยโทรศัพท์ ถ้าขออะไรได้ซักอย่างก็จะขอไปหลบหนาวในจมูกพ่อ เพราะจมูกพ่อพื้นที่เยอะ คงขายได้เป็นไร่ ถึงจะหยอกพ่อเล่นแต่ก็รักพ่อนะ

###################################################

ตอนนี้รู้สึกปลื้มคุณเอ็ม  มากครับ คิดไม่ผิดแล้ว ที่สนับสนุนคนไทยแบบนี้ ถึงแม้จะแค่ 60 บาทก็เหอะ

ทีนี้มาพูดถึงเรื่องดี ๆ ที่หนังเรื่องนี้มอบให้มั่ง

1.เห็นวิถีชีวิตคนอีสาน ดูฉากบางฉาก บ้าน ๆ ดี ไม่ค่อยได้เห็นจากหนังเรื่องอื่น

2.คุณหม่ำเขาพยายามสอดแทรกไว้ว่า คนอีสานไม่ควรลืมกำพืดตัวเอง  ต้องอนุรักษ์ภาษาอีสานไว้
อันนี้ผมเห็นด้วยมาก ๆ เลย ผมคนหนึ่งหละที่กลัวว่า วันข้างหน้าภาษาเหนือ หรือกำเมือง จะไม่มีอีกแล้ว
พ่อแม่พยายามสอนลูกให้พูดกลางกันหมด

ที่มาของคำว่า avatar:อวตาร

posted on 17 Dec 2009 15:07 by callmebird  in Linguistics

หนังที่กำลังมาแรงในตอนนี้ก็คงหนีไม่พ้นเรื่อง อวตาร
เมื่อวานไปดูหนังที่เมเจอร์เอกมัย เดินผ่านโปสเตอร์หนังเรื่องนี้

 

ก็เลยสังเกตเห็นว่าภาษาไทยกับภาษาอังกฤษมันเหมือนกันเด๊ะ ๆ

ava = อว
tar(อ่านว่า ทา) = ตาร(อ่านว่า ตาน)
ถึงแม้ tar กับ ตาร จะอ่านไม่เหมือนกัน แต่ตัวสะกดมันเหมือนกันเลย

t = (ต/ท)
a = า
r = ร

ลองค้น ๆ ดูก็ปรากฏว่าคำนี้มาจากภาษาสันสกฤต

อวตาร (-ตาน หรือ -ตาระ) (สันสกฤต: अवतार, avatāra) คือการแบ่งภาคมาเกิดบนโลกมนุษย์ตามความเชื่อของศาสนาฮินดู โดยเทพแบ่งพลังงานส่วนหนึ่งลงมาเกิดเป็นมนุษย์หรือสัตว์ เพื่อทำหน้าที่อย่างหนึ่งอย่างใด ในลัทธิไวษณพนิกาย ถือว่าเมื่อศีลธรรมของมนุษย์เสื่อมลง จนเกิดความเดือดร้อนไปทั่ว พระนารายณ์จะอวตารลงมาปราบยุคเข็ญ
จาก http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%A7%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A3


avatar : From Hindustani अवतार / اوتار (avatār), from Sanskrit अवतार (ava-tāra, “One who comes down to save others”), a compound of अव (ava, “off, away, down”) and the vṛddhi-stem of the root √tṝ (“to cross”).
จาก http://en.wiktionary.org/wiki/Avatar

จะเห็นได้ว่าภาษาไทยอ่านว่า ตาระ ก็ได้ ภาษาอังกฤษก็มีเหมือนกัน avatara เป็นเพศหญิง

Avatar
meaning: Descending.
origin: Hindi
gender: Male

Avatara
meaning: Descending.
origin: Hindi
gender: Female

จาก http://www.cutebabyname.com/ava.html

สรุป มันก็คำเดียวกัน ที่ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เอามาจากภาษาสันสกฤต

 

เกิดขึ้นเมื่อ
ปัญหานี้เกิดขึ้นเมื่อต้องการใช้มือถือเป็นโมเด็มต่อเน็ตโดยใช้
การเชื่อมต่อแบบ usb

ปัญหาที่เกิด
เมื่อต่อ usb กับคอมพ์ มันจะมีหน้าต่าง Found new hardware wizard เด้งขึ้นมา
ให้ install CDC Comms interface และ nokia 5XXX em usb modem

คอมพ์มันจะหาของมันไปสักพัก ก็จะแจ้งว่า

"There was a problem installing this hard ware.

CDC Comms interface หรือ nokia 5XXX em usb modem

An error occurred during the installation of the device
A service installation section in this INF is invalid
"

ซึ่งการเชื่อมต่อคอมพ์กับมือถือโดย usb เราสามารถใช้งานโอนถ่ายไฟล์ ฯลฯ
ได้ตามปกติ แต่พอจะเปิด One Touch Access มันกลับขึ้นแบบนี้

พิสูจน์ว่าใช่ปัญหานี้จริงป่าว
คลิกขวาที่ My Computer แล้วเลือก Manage
จะมีหน้าต่าง Computer Management ขึ้นมา
ให้คลิกเลือกที่ Device Manager

 

ถ้า Modems > Nokia 5XXX XpressMusic USB Modem
และ Ports (COM & LPT) > Nokia 5XXX XpressMusic USB (COM6)
มีเครื่องหมายตกใจสีเหลืองขึ้นมาก็แสดงว่าใช่

*ในรูปผมแก้ปัญหาไปแล้วมันเลยไม่ขึ้นสีเหลือง

ปัญหานี้อาจจะเกิดขึ้น เพราะใช้ windows ที่ผ่านการโมมาแล้ว
ทำให้มันไม่มี files บางตัวที่จำเป็นต้องใช้เพื่อการนี้

วิธีแก้ 
วิธีแก้ก็ง่ายมาก หาไฟล์
mdmcpq.inf , mdmcpq2.inf(ตัวนี้ถ้าไม่มีก็ไม่ต้องก็ได้)
มาวางไว้ในโฟลเดอร์  C:\WINDOWS\inf

ดาวน์โหลดไฟล์
mdmcpq.inf , mdmcpq2.inf
ผมมีให้แค่ mdmcpq.inf เพราะผมใช้แค่ตัวนี้ตัวเดียว
ให้คลิกขวา Save มันจะได้มาเป็นไฟล์ .txt ให้
ถ้าไม่ได้ลองหาจากเครื่องอื่น  หรือไม่งั้นก็เสิร์ชจากเน็ตก็ได้ครับ เพราะ
ไฟล์ที่ให้โหลดนี่ ผมก็หามาจากในเน็ตนี่แหละ

เสร็จแล้ว
1.  คลิกขวาที่ My Computer แล้วเลือก Manage
จะมีหน้าต่าง Computer Management ขึ้นมา
2. คลิกเลือกที่ Device Manager


3. ดูที่ Modems > Nokia 5XXX XpressMusic USB Modem
มันจะมีเครื่องหมายตกใจสีเหลืองขึ้นมา (ในรูปผมแก้ปัญหาไปแล้วมันเลยไม่ขึ้น)
ให้ double click ที่ Nokia 5XXX XpressMusic USB Modem
4.  จะมีโผล่หน้าต่างขึ้นมา ให้หาปุ่ม Update Driver ถ้าไม่เจอให้คลิกที่ Tab Driver

จะเห็นปุ่ม Update Driver... ให้กดเลย
5. หน้าต่าง Hardware Update Wizard  จะโผล่ขึ้นมา


ให้เลือก Install the software automatically แล้วกด Next
6. กลับไปที่หน้าต่าง Computer Management
ดูที่ Ports (COM & LPT) > Nokia 5XXX XpressMusic USB (COM6)
มันจะมีเครื่องหมายตกใจสีเหลืองขึ้นมา ให้ double click ที่ Nokia 5XXX XpressMusic USB (COM6)
แล้วก็ทำเหมือนกับไอ้ตัวแรกเลย (ข้อ 4)

อ้างอิง : http://www.trendypda.com/modules/newbb/viewtopic.php?topic_id=12825

edit @ 16 Dec 2009 11:26:34 by Bird

edit @ 16 Dec 2009 11:27:22 by Bird

edit @ 16 Dec 2009 11:33:42 by Bird

edit @ 16 Dec 2009 11:36:08 by Bird

จะไปดู Avatar ที่ Imax

posted on 14 Dec 2009 23:16 by callmebird  in movie

วันอาทิตย์ที่ผ่านมาไปดู christmas carol ที่ imax
เหตุผลที่ดูเพราะอยากดูตัวอย่าง Avatar หุหุ
เร้าใจมาก 3d ขั้นเทพ



พูดถึง christmas หน่อยละกัน เนื้อเรื่องก็เนิบ ๆ
ได้ 3d ช่วยก็ถือว่าชดเชยกันไป
แต่สาระเต็มเปี่ยม อัดแน่นด้วยคุณภาพ

กลับเข้าเรื่อง avatar จากที่ดูตัวอย่างใน imax
มันทำให้ผมร้อนรน อยากจะเสียตังค์อะ
วันนี้ทนไม่ได้เลยหาเรื่องจอง

ดูในเว็บเมเจอร์ ปรากฏว่าที่นั่งดี ๆ หายไปหมด
นี่ขนาดตั๋วขั้นต่ำราคา 300 บาทนะเนี่ย

 

*เรื่อง avatar ผังที่นั่งมันไม่เหมือนกับ christmas
คิดแบบหยาบ ๆ ตั๋วจะแพงกว่า christmas 50 บาท

ที่นั่งคอลัมน์ตรงกลาง ของราคา 300 ยังเหลือเยอะเลย
แต่ไม่เอาแน่นอน ไม่อยากตาบอด

ส่วนราคา 350 บาท คอลัมน์กลาง ๆ มันจะว่างที่แถวกลาง ๆ
ก็ไม่เอา อยากได้แถวที่อยู่บน ๆ ฮี่ ๆ

จากที่ดูในเว็บตอนแรก มันจะมีอยู่โซนนึงที่ไม่ให้จอง
นึกว่าเขาเอาไว้ขายที่เคาท์เตอร์ เลยถ่อไปถึงพารากอน
ที่นั่งที่ให้เลือกมันก็เหมือนกับในเว็บ เลยถาม พนง. เค้าก็บอกว่า
กันไว้ให้ thai ticket major ขาย (เป็นโซนราคา 350 )
เลยไปซื้อกะบูท thai ticket major ข้างร้านสตาร์บัค ชั้นเดียวกับ imax
ตอนแรกก็ทำใจไว้ละ ถ้าไม่เหลือที่ดี ๆ จะยอมจ่ายเพิ่ม เอาทีนั่ง 400 ก็ได้
ที่ไหนได้ โอ้ววววว รอบที่จะเอา ของ thai ticket ยังไม่มีคนซื้อไปสักที่

*thai ticket major จะมีขายเฉพาะโซนสีเหลืองที่กันไว้จากรูปแรก


เลยสอยที่นั่งใจกลางความเจ็บปวดมาซะ ราคาถูกกว่าในเว็บอีก
เค้าขาย 300 บาท แต่ต้องเสียค่าธรรมเนียม 10 บาท ก็โอเค
ถูกกว่าราคาปกติไปตั้ง 40 บาทแน่ะ

ด้วยความสงสัยว่าทำไมมันถูกจัง เลยเปิดดูเว็บไทยทิคเก็ต

 

อ้ออออ เพราะเหตุนี้นี่เอง

นี่คือสมบัติล้ำค่าที่ได้มา

 

 

edit @ 15 Dec 2009 10:10:12 by Bird